athanasiareal classic literature — feelings unspoken, unforgettablereal classic literature
feelings unspoken, unforgettable
เพียง 6 หน้ากระดาษ

ห้วงคะนึงจันทร์ผิวบ่อ

ห้วงคะนึงจันทร์ผิวบ่อ
ข้าเคยคิดว่า หากได้นางมา ชีวิตจะไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
ข้ารำพึงถึงนาง
คะนึงถึงจนลมหายใจติดขัด จนเลือดในกายเดือดพล่าน จนนิ้วมือสั่นเทาเมื่อคิดถึงใบหน้าของนางในความมืด
นางไม่ใช่ของข้า ไม่เคยเป็น
แต่ข้ายังเฝ้านึก
ข้ารู้ว่านางงาม งามจนชายทั้งหลายล้วนหันมอง งามเสียจนหมื่นบุรุษล้วนหมายปอง งามจนข้าควรรู้แต่แรกว่าคนอย่างข้านั้น...
คนอย่างข้า
ไม่อาจมีวันได้ครอบครอง
นางต้องการในสิ่งที่ข้าไม่อาจมี นางต้องการโลกที่ข้าไม่อาจสร้าง ความรักที่ข้ามีนั้นไม่พอ แต่ข้าก็ไม่อาจเปลี่ยน ไม่อาจเป็นคนอื่น เพราะหากข้าเปลี่ยนไป นางจะยิ่งห่างไกล หากข้าเปลี่ยนจริง ข้ากลัวเหลือเกินว่านางจะไม่รู้จักข้าอีกต่อไป
แม้นางจะไม่เคยรู้จักข้าจริงๆก็ตาม
แต่ข้ายอมอยู่ต่ำแบบนี้ต่อไป ยอมไม่ก้าวไปไหน ยอมเป็นคนที่นางอาจจะเห็นสักครั้ง อาจจดจำได้แม้เพียงนิด เพราะหากข้าก้าวออกไปจากตรงที่ยืน ข้าจะไม่เหลือสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนางอีกเลย
ข้าคิดถึงนาง
คิดถึงวิธีที่นางหัวเราะ วิธีที่นางพูด วิธีที่นางวางมือลงบนโต๊ะ ข้าจดจำทุกสิ่ง ไม่ใช่เพราะข้าเลือกจะจำ แต่เพราะข้าไม่สามารถลืมได้เลย ข้าพยายามแล้ว พยายามจนเหนื่อย แต่ความทรงจำกลับไม่ยอมไป มันติดอยู่ในหัว ในหัวใจ ในทุกลมหายใจ
ข้าไม่รู้ว่าข้าหวังสิ่งใด
บางทีอาจเพียงอยากให้นางหันมามอง เพียงสักครา แต่ข้าไม่อาจรู้ว่าหากนางหันมามองจริง มันจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ มันจะทำให้ข้าหายเจ็บแน่หรือไม่ หรือจะทำให้เจ็บมากขึ้นกัน ข้าไม่รู้ ข้าไม่อาจรู้ได้เลย
แต่ข้าคิดถึงนางเหลือล้นในตอนนี้ ตอนนี้เลย ในขณะที่ข้านั่งอยู่เพียงลำพังเดียวในความมืด ในขณะที่นางคงไม่ได้คิดถึงข้าแม้เพียงนิด ไม่เคย ไม่มีวัน และข้าเองก็รู้ดี ข้ารู้อยู่เต็มอก รู้อยู่ตลอดเวลา ชั่วทุกลมหายใจ แต่ข้าก็ยังคงคิดถึงนาง
นางไปกับเขาแล้ว
ไปกับชายผู้มีตระกูลสูงศักดิ์ มีทรัพย์สินมากล้น มีทุกอย่างที่ข้าไม่อาจมี ข้าเห็นนางยิ้มเมื่ออยู่กับเขา รอบยิ้มอันตราตรึง รอยยิ้มอย่างที่ข้าไม่เคยได้รับ ไม่มีวันได้รับ
และข้าก็ได้รู้ว่าข้าได้แพ้แล้ว
แพ้ตั้งแต่วันที่ได้เห็นนาง
ข้ารู้ว่าควรหยุดตั้งแต่ตรงนั้น แต่ข้ากลับเดินต่อทั้งที่รู้ว่าแพ้
แต่เหตุใดเล่าข้ากลับรู้สึกว่ามันยังไม่จบ ข้ายังไม่แพ้
เหตุใดกันข้าจึงยังคิดว่าบางทีสักวัน มันอาจเป็นจริง
สักวัน...
ข้าไม่รู้ว่าข้ากำลังหลอกตัวเองอยู่หรือไม่ ไม่รู้ว่าความหวังนี้มันคือความหวังจริงหรือหลอก หรือแท้จริงแค่สิ่งที่ข้าสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลง
ข้าอยากเกลียดนาง
อยากลืมนาง
ข้าพยายามแล้ว แต่ทุกคราที่ข้าพยายามจะเกลียด ข้ากลับคิดถึง ทุกคราที่ข้าพยายามจะลืม ข้ากลับจดจำชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้าทำได้เพียงแค่คิดถึง แค่หวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ข้านั่งอยู่ในห้องมืดทุกคืน คิดถึงนาง คิดถึงเพียงสิ่งเดียว จนบางคราข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่คือชีวิตของข้าแน่หรือ นี่ใช่ทุกสิ่งที่ข้ามีแน่หรือ เพียงความคิดถึง เพียงความเจ็บปวด เพียงความว่างเปล่า
บางครั้งข้าก็แอบคิดว่า หากข้าไม่เคยพบนาง ชีวิตจะดีกว่านี้หรือไม่
แต่ข้าก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ก่อนจะรู้จักนาง ข้าก็ไม่มีสิ่งใดอยู่ก่อน ข้าไม่มีสิ่งใดเลยตั้งแต่ต้น
นางเพียงเข้ามาทำให้ข้ารู้ว่าข้าไม่มีอะไรก็เท่านั้น ทำให้ข้าเห็นความว่างเปล่าที่ข้าไม่เคยสังเกตเห็น
ข้าเก็บความทรงจำทั้งหมดนี้เอาไว้
ไม่ใช่เพราะข้าอยากเก็บ
ไม่ใช่เพราะมันมีค่า
แต่เพราะข้าไม่รู้ควรทำเช่นไร หากไม่มีมัน ข้าจะเหลือสิ่งใด 
ไม่มีอะไรเลย
แต่ข้าก็ยังเก็บมันไว้ เพราะข้าไม่รู้จะทำเช่นไร
คืนนี้ข้าคิดถึงนาง — จันทร์ของข้า
พรุ่งนี้ยังจะคิดถึง
ทุกๆวันที่เหลืออยู่ ข้าคงต้องอุ้มความคิดถึงนี้ไป ไม่ใช่เพราะข้าเลือก แต่เพราะข้าไร้สิ้นทางเลือก ข้าไม่รู้จักชีวิตที่ไร้ความเจ็บปวดนี้อีกต่อไป
และข้าก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าข้าเป็นของนางหรือไม่
หรือข้าแค่เป็นของความว่างเปล่าที่ข้าไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร
ข้าไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้คือความรักหรือไม่
บางทีมันก็ไม่ใช่ บางทีมันเป็นห้วงคิด เป็นความบางสิ่ง เป็นอะไรสักอย่างที่เข้ามากัดกินจิตใจข้าจนไม่เหลือสิ่งใด จนข้าเริ่มไม่รู้จักตัวเอง เริ่มไม่รู้ว่าก่อนจะรู้จักนาง ข้าเคยเป็นใครกันแน่
แต่ข้าก็ยังคิดถึงนาง
คิดถึงแม้ตอนนี้
คิดถึงอยู่ร่ำไป
แต่จันทร์บนฟ้ามันสูงนัก
ข้าจึงเอื้อมคว้าจันทร์ในน้ำ
แม้รู้ว่าไม่อาจคว้าได้
ข้าก็ยังจับมันไว้
เพราะหากข้าปล่อยไป
ข้าจะไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่เลย
ร่างของข้าเอนลงไปตามมือที่ยื่นออกไป
น้ำกระเพื่อมจากบ่อ เงาจันทร์แตกออก แล้วกลับมานิ่งเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดสัมผัสมันมาก่อน