athanasiareal classic literature — feelings unspoken, unforgettablereal classic literature
feelings unspoken, unforgettable
เพียง 6 หน้ากระดาษ

ร้านประมูลไร้เงินตรา

ร้านประมูลไร้เงินตรา
ห้องประมูลเงียบสงัด
ขนัดด้วยชน — ดั่งงานศพ — รอฟังเสียงเคาะไม้
เหล่าสายตาจดจ้องของ ณ กลางห้อง ไร้ป้ายราคา ไร้ป้ายชื่อ และเจ้าของไม่อธิบายว่ามันคือสิ่งใด
แสงไฟสีทองอาบผ่านผลงาน ราวกับสื่อให้ทุกคนรู้ว่าของชิ้นนี้นั้นสำคัญยิ่ง
ผู้ร่วมประมูลคนแรกยกมือ — เสนอด้วยราคาเลอค่ากว่าที่ควร
คนถัดมาเสนอสูงยิ่งกว่า
ตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นใจ ราวทุกคนรู้ว่าของชิ้นนี้คืออะไร และตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่
เจ้าของร้านนั่งอยู่หลังโต๊ะ จับค้อนในมือแต่ไม่เคยยกขึ้น
“ราคายังไม่ใช่” — เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบโดยไม่หันมองใคร
ตัวเลขเปลี่ยนไป สูงขึ้นอีกครั้ง
เสียงกระซิบเริ่มดัง ความมั่นใจเริ่มสั่น
เมื่อทุกคนเงียบไปเหลือเพียงเศรษฐีแต่งกายประดับด้วยเพชรพลอย
“คนนี้ยังไม่ใช่” — เขาหมุนค้อนในมืออย่างไม่รีบร้อน
นักประมูลมองหน้ากัน
บางคนยกมือถาม หลายคนขมวดคิ้ว แต่ไม่มีใครลุกขึ้นโต้แย้งกติกา
ผู้ขายไม่ผิด — เขาไม่เคยบอกว่าจะขาย เขาไม่เคยบอกว่าจะเคาะ — มีเพียงคำเชิญร่วมเสนอราคา
ทุกคนเพียงเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ และไม่มีใครตั้งคำถามว่า เหตุใดตนเองจึงอยากชนะ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ากำลังซื้ออะไร
การประมูลดำเนินต่อไป แต่เงื่อนไขแทนเงินตรา
เสียงในห้องเริ่มช้าลง คำกล่าวเริ่มหนักขึ้น ทุกสิ่งกลายเป็นไร้ทิศทาง
เหล่ามือที่ยกสูงค่อยๆ ลดต่ำลง
เสียงเสนอหายไปทีละเสียง สุดท้ายจึงเหลือเพียงความเงียบงัน
ไร้ผู้เสนอราคาอีกต่อไป
นักประมูลต่างทยอยลุกออกจากห้อง
บางคนโกรธ บางคนผิดหวัง บางคนไม่พูดอะไรเลย
เจ้าของร้านยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
ของชิ้นนั้นยังคงวางอยู่กลางห้อง
ไฟยังคงส่องแสงให้มัน
เขาวางค้อนลง จ้องมองผลงานตัวเองนานกว่าที่เคย
เขาตั้งคำถามว่ามันมีค่าจริงหรือไม่ หรือมีค่าเพียงเพราะมีคนพยายามพิสูจน์มัน?
คืนนั้น เขาเขียนจดหมายหลายฉบับ ส่งออกไปยังเหล่านักประมูลหน้าใหม่
ถ้อยคำเดิม คำเชิญเดิม
เช้าวันถัดมา — ห้องประมูลได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
ของชิ้นเดิม ไฟดวงเดิม เก้าอี้แถวเดิม
พร้อมด้วยผู้คนที่ต่างพากันยกมือเสนอราคาให้กับผลงานของเขา