หมายเลข 77
จดหมายมาถึงในเช้าวันพฤหัสบดีที่ฝนพรำเบาๆ ซองสีน้ำตาลที่ไร้เครื่องหมายใดนอกจากชื่อของเขาที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรดำสนิท ไม่มีที่อยู่ผู้ส่งหรือตราประทับ เหมือนสิ่งที่มีชีวิตเกิดขึ้นเองจากความว่างเปล่า เขาเปิดมันด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ว่ามีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลง บางอย่างที่เขาไม่อาจหยุดยั้ง
< ถึงคุณ [….] ,
ด้วยคณะกรรมการได้พิจารณาคดีของท่านเรียบร้อยแล้ว จึงขอแจ้งให้ทราบว่าท่านได้รับการตัดสินว่ามีความผิด โทษจะมีผลบังคับใช้ทันทีนับจากวันที่ท่านได้รับจดหมายฉบับนี้
ด้วยความเคารพ
คณะกรรมการ >
เขาอ่านซ้ำสามครั้ง สี่ครั้ง จนตัวอักษรเริ่มพร่ามัวไปตามสายตาที่เหม่อลอย
ความผิด — คำนี้ลอยอยู่ในอากาศเหมือนละอองฝุ่นที่จับต้องไม่ได้ เพียงมีอยู่จริง
มีน้ำหนัก มีความกดทับ แต่ความผิดเขาอะไร? เขาพลิกซองหน้าหลัง เขย่าจดหมาย คาดหวังว่าจะมีกระดาษแผ่นอื่นหล่นออกมา ที่จะมอบคำอธิบาย หรือรายละเอียดอื่นใด มันควรมีบางอย่างที่จะทำให้ทุกอย่างสมเหตุสมผล
...แต่กลับไม่มีอะไรเลย
เขาโทรหาสำนักงานกฎหมายทุกแห่งที่เขารู้จัก เสียงของเขาตื่นตระหนกจนผิดปกติ "ผมได้รับจดหมายแจ้งคำพิพากษา แต่ไม่มีใครบอกว่าผมผิดอะไร มันต้องผิดพลาดแน่ๆ คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม?"
ทนายสายแรกเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะเป็นมืออาชีพ "คุณเปิดจดหมายจากคณะกรรมการไปแล้วใช่ไหม?"
"ใช่ แต่—"
"ถ้าอย่างนั้นผมคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วครับ" เสียงนั้นตัดบท เย็นชาและเด็ดขาด "คุณลองติดต่อที่อื่นดูเถอะนะ" ว่าแล้วก็วางสาย
ทนายคนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ทุกคนให้คำตอบเดียวกัน บางคนไม่ยอมรับสาย บางคนฟังแค่ครึ่งประโยคก็บอกว่าไม่สะดวก หนึ่งในนั้นกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เหมือนความสงสาร "คุณควรรู้ว่าบางอย่างมันไม่มีทางสู้นะ ยอมรับมันจะดีกว่า"
"ให้ยอมรับอะไรกัน!?" เขาตะโกนเข้าไปในโทรศัพท์ "ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรผิด!"
แต่สายก็ตัดไปแล้ว
เขาไปที่สำนักงานใหญ่กลางเมือง ตึกสูงสีเทาที่ไม่มีป้ายบอกชื่อ เพียงแค่หมายเลข 77 อยู่ที่ประตู เขาเดินขึ้นบันไดหินอ่อนที่เรียบลื่นจนน่ากลัว เข้าไปในห้องโถงกว้างที่มีแต่เสียงก้องของฝีเท้าตัวเอง
หญิงสาวที่เคาน์เตอร์มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "คุณผู้ชายต้องการอะไรดีคะ?"
"ผมได้รับจดหมายจากคณะกรรมการ" เขาเอาซองมาวางบนโต๊ะ มือสั่นเล็กน้อย "แต่ผมไม่เข้าใจ มันไม่ได้บอกว่าผมผิดอะไร ผมต้องการพบคณะกรรมการ! ผมต้องการคำอธิบาย ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ใช่ไหม?"
หญิงสาวมองจดหมาย แล้วมองเขา ใบหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใดๆ "ถ้าคุณผู้ชายได้รับจดหมายแล้ว แสดงว่าการพิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ"
"แต่ผมไม่เคยถูกไต่สวนด้วยซ้ำ! ไม่เคยมีใครมาหาผม ไม่เคยมีการพิจารณาคดีอะไรเลย!"
"ระบบของเราไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาแบบนั้นค่ะ" เธอพูดเหมือนท่องขึ้นใจ "ข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมและประเมินโดยคณะกรรมการ การตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว"
"แล้วผมจะยื่นอุทธรณ์ได้ไหม?"
"ไม่ได้ค่ะ"
"แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมผิดอะไร?"
หญิงสาวเงียบไป มองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่อาจอ่านออก แล้วพูดเบาๆ เกือบกระซิบ "ถ้าคุณผู้ชายไม่รู้ การจะบอกท่านก็ไม่ได้ช่วยอะไร" แล้วเธอก็หันหลังกลับไปทำงานของเธอ ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ที่นั่นอีกต่อไป
ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปอย่างละเอียดอ่อนแต่แน่นอน เพื่อนร่วมงานหยุดชวนเขาไปดื่มกาแฟ เมื่อเขาพูดในที่ประชุม คนอื่นๆ จะมองไปทางอื่น พยักหน้ารับรู้แบบเคร่งเครียด แล้วเปลี่ยนหัวข้อทันที ราวกับว่าคำพูดของเขาเป็นสิ่งที่ไม่ควรสัมผัส ไม่ควรตอบสนอง
หัวหน้าของเขาเรียกตัวเข้าห้องในวันศุกร์ "เรารู้เรื่องของคุณแล้ว" เขาพูดโดยไม่มองตา "บริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้"
"เรื่องแบบไหน?" เขาถาม เสียงตัวเองฟังดูยิ่งกว่าสิ้นหวัง "ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรผิด!"
หัวหน้าถอนหายใจ มองเขาด้วยสายตาที่ปนระหว่างความเห็นใจกับความเบื่อหน่าย "การปฏิเสธก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ เราให้เวลาคุณจนสิ้นเดือนในการจัดการเรื่องส่วนตัว หลังจากนั้นเราต้องการให้คุณลาออก"
"แต่ผมทำงานที่นี่มาเจ็ดปีนะครับ! ผมไม่เคยมีปัญหาอะไร! นี่มันไม่ยุติธรรม!"
"มันไม่ใช่เรื่องยุติธรรมอะไรทั้งนั้น" หัวหน้าพูด เสียงเรียบเฉยจนน่ากลัว "มันเป็นเรื่องนโยบาย เป็นเรื่องมาตรฐาน คุณคงเข้าใจแล้วนะ"
แต่เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย
เขานั่งคนเดียวในคาเฟ่ที่เคยเป็นที่ประจำของเขา สั่งกาแฟเข้มเหมือนทุกวัน แต่บาริสต้าที่เคยทักทายด้วยรอยยิ้มกลับมองเขาแบบสั้นๆ แล้วหันหน้าหนี เธอทำกาแฟโดยไม่พูดอะไร วางแก้วลงโดยไม่มองตา เก็บเงินโดยระวังไม่ให้มือสัมผัสกัน
ผู้หญิงที่โต๊ะข้างๆ ลุกขึ้นไปนั่งไกลออกไป
ชายหนุ่มที่เดินผ่านมองเขาแล้วกระซิบบางอย่างกับเพื่อน พวกเขาหัวเราะเบาๆ แล้วเดินหนีไป
เขานั่งจ้องกาแฟที่เย็นชาไปทีละน้อย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังละลายหายไปจากโลกนี้ ทีละส่วน ทีละชิ้น
"ขอนั่งด้วยได้ไหม?"
เสียงของชายแก่ทำให้เขาสะดุ้ง ผู้ชายคนนั้นสูง ผอม ผมหงอกยุ่ง ตาลึกซึ้งราวกับเห็นสิ่งที่อยู่เหนือพื้นผิว เขาพยักหน้า ชายแก่นั่งลง สั่งชาร้อน แล้วมองเขาเงียบๆ นานจนน่าอึดอัด
"คุณมีรูปลักษณ์ของคนที่กำลังค้นหาบางอย่างที่หาไม่เจอ" ชายแก่พูดในที่สุด
"ผมกำลังพยายามหาว่าผมทำอะไรผิด" เขาพูดออกมา คำพูดหลุดออกมาเหมือนความโล่งอก "คุณเคยได้รับจดหมายจากคณะกรรมการไหม?"
ชายแก่ยิ้มเจื่อนๆ "นานมากแล้ว เมื่อสิบห้าปีก่อน"
"แล้วคุณรู้ไหมว่าความผิดของคุณคืออะไร?"
"ไม่รู้" เขาตอบเรียบๆ "และตอนนี้ผมก็ไม่สนใจแล้ว"
"ทำไมคุณถึงไม่สนใจ? มันเป็นชีวิตคุณเลยนะ!"
ชายแก่จิบชาช้าๆ "คุณคิดว่าพวกเขาเลือกคุณเพราะอะไร?"
"ผมไม่รู้! นั่นแหละที่ผมพยายามหา!"
ชายแก่มองออกไปนอกหน้าต่าง มองคนที่เดินผ่านไปมาบนถนน "คุณเห็นคนพวกนั้นไหม?" เขาถามเบาๆ "พวกเขาก็กลัวเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่ได้รับจดหมาย"
เขาเงียบไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร
"ผมไม่เชื่อเรื่องนี้" เขาพูดในที่สุด เสียงสั่น "ต้องมีทางสู้"
ชายแก่ยิ้ม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้า "ถ้าคุณหาทางได้ ช่วยบอกผมด้วยล่ะ" เขาวางเงินค่าชาไว้บนโต๊ะ ลุกขึ้น หยุดครู่หนึ่ง "สิบห้าปีแล้ว ผมยังไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด แต่ผมก็ยังอยู่ได้"
แล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งเขาไว้คนเดียวกับกาแฟเย็น กับคำถามที่ไร้คำตอบ
สัปดาห์ต่อมา เขาถูกไล่ออกอย่างเงียบเชียบ ไม่มีงานเลี้ยงอำลา ไม่มีของขวัญ ไม่มีคำกล่าวจากใคร เขาเก็บของในกล่องกระดาษแล้วเดินออกจากออฟฟิศท่ามกลางสายตาที่หลีกเลี่ยง
เขาพยายามหางานใหม่ แต่ทุกที่ที่สัมภาษณ์ ทุกที่ที่ดูเหมือนมีความหวัง สุดท้ายก็ปฏิเสธเขาด้วยเหตุผลคลุมเครือ "ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร" "มีผู้สมัครที่เหมาะสมกว่า" "ไว้เราจะติดต่อกลับ" แต่ก็ไม่มีใครติดต่อกลับจริง
เพื่อนๆ หยุดรับโทรศัพท์ ครอบครัวพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงระมัดระวังราวกับเขาเป็นระเบิดที่อาจจะแตกได้ทุกเมื่อ
แม้แต่คนแปลกหน้าบนถนน พวกเขามองเขาแล้วรู้ทันที เขาไม่รู้ว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร แต่พวกเขารู้อย่างแน่นอน พวกเขามองผ่านเขาราวกับเขาเป็นเพียงเงาของคนที่เคยมีชีวิต
คืนหนึ่งเขานั่งอยู่บนพื้นห้องนอน ห้องที่เริ่มว่างเปล่าไปทีละส่วนเพราะเขาขายของออกไปเพื่อจ่ายค่าเช่า จดหมายฉบับนั้นอยู่ตรงหน้าเขา อ่านไปอ่านมาจนรู้ทุกคำ ทุกตัวอักษร
"ความผิดของผมคืออะไร?" เขากระซิบกับความว่างเปล่า
แต่ความเงียบก็ไม่ตอบ
เขาจ้องจดหมายนานมาก จนตัวอักษรเริ่มพร่ามัว แล้วค่อยๆ พับมันขึ้น เรียบขอบด้วยนิ้วที่ไม่สั่นอีกต่อไป พับครั้งที่สอง ครั้งที่สาม จนมันเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอดีฝ่ามือ
เขาเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อ ใกล้หัวใจ
เช้าวันถัดมา เขาเห็นประกาศที่ป้ายรถเมล์ "ผู้ที่ได้รับจดหมายจากคณะกรรมการ กรุณารายงานตัวที่อาคาร 77 ชั้น 3 ภายในสามวัน"
เขายืนอ่านประกาศนั้นสามครั้ง แล้วเดินต่อไป กระบวนการดำเนินไปโดยไม่มีใครเร่ง
ผู้คนเดินหลบเขา มองด้วยสายตาที่รีบหันหน้าหนี
เขาไม่ได้สังเกต หรือบางทีเขาสังเกต แต่ไม่สนใจอีกแล้ว
วันที่สาม เขากลับมาที่อาคาร 77
หญิงสาวที่เคาน์เตอร์มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนเดิม "คุณผู้ชายมารายงานตัวใช่ไหมคะ?"
ไม่ใช่คำถาม
"ครับ" เขาพูด
"กรอกแบบฟอร์มนี้ด้วยค่ะ"
เธอส่งกระดาษให้ แบบฟอร์มที่มีแต่เส้นว่างๆ ไม่มีคำถาม ไม่มีช่องให้กรอก เพียงแค่พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์
เขาจ้องมันครู่หนึ่ง แล้วหยิบปากกาขึ้นมา
เขียนชื่อของเขาตรงกลางกระดาษ ด้วยลายมือที่มั่นคง
ลงนามข้างล่าง
หญิงสาวรับแบบฟอร์มไป มองมันเผินๆ แล้วพยักหน้า "เสร็จแล้วค่ะ ท่านสามารถกลับได้"
"แค่นี้เหรอครับ?" เขาถาม
"ค่ะ แค่นี้"
เขายืนอยู่อีกครู่ รอคอยบางอย่างที่ไม่มาสักที เขายังคนเป็นคนเดิม ในโลกที่เหมือนเดิม ภายใต้คำพิพากษาที่ยังคงไร้ชื่อ
เขาเดินออกจากอาคาร ท้องฟ้ายังคงเทาครึ้ม ถนนยังคงพลุกพล่าน ผู้คนยังคงเดินหลบเขา
เดินมาหยุดที่หน้าคาเฟ่ก่อนจะมองเข้าไปข้างใน
ชายแก่นั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม จิบชาเดิม มองออกหน้าต่างด้วยสายตาที่รู้ดี
พวกเขาสบตากัน แค่ชั่วครู่
ชายแก่พยักหน้าเบาๆ เขาพยักหน้าตอบ แล้วเดินต่อไป
หนึ่งก้าว อีกหนึ่งก้าว ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนที่รอคอยจดหมายฉบับต่อไป
