ห้องที่สอง
ผ่านช่องแคบบนผนัง ผมมองเห็นชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทางประตูหน้า
เขาไม่รีบ ไม่ผวา มือข้างหนึ่งสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อ อีกข้างถือไขควงอันยาว เขาเงยหน้ามองรอบบ้าน ก่อนจะเดินตรงไปที่ชั้นวางของในห้องรับแขก
กรอบรูปเงินถูกหยิบขึ้นมา หมุนดูสักครู่ แล้วหายเข้าไปในกระเป๋า
พ่อกับแม่ออกไปตั้งแต่เช้า พวกเขาบอกว่าจะกลับมาตอนเย็น แต่ตอนนี้ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว ยังไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงกุญแจ ไม่มีเสียงอะไรนอกจากฝีเท้าของชายคนนั้นบนพื้นไม้
เขาเดินไปที่ตู้โชว์ เปิดกระจก เลือกดูของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่วางเรียงอยู่ อย่างที่คนจะทำเวลาว่าง
ผมเคาะผนังเบาๆ ด้วยนิ้วมือ เหมือนครั้งก่อน
เสียงไม่ดังพอ
ผมใช้ฝ่ามือ ตบ หนักขึ้น ริ้วรอยบนผิวหนังที่แดงยังไม่หาย
เสียงสะท้อนกลับมาในห้อง ในหู ในอก ไม่มีอะไรออกไปข้างนอก
ชายคนนั้นยังคงเดินอย่างผ่อนคลาย ไปที่ห้องครัว เปิดลิ้นชัก ดูด้วยสายตาชำนาญ อย่างคนที่รู้ว่าไม่มีใครมารบกวน
ผมเริ่มใช้กำปั้น ทุบลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า ผนังเย็น แข็ง หนา หนักอึ้ง กำปั้นแตก เลือดซึมออกมาทับรอยเก่า แขนชา ไหล่ปวด จังหวะคุ้นเคย
ใครก็ได้
ขอแค่ได้ยิน
ผมหยุด มองมือตัวเอง มองรอยเลือด มองผนังที่ไม่เปลี่ยน
แล้วเริ่มทุบอีกครั้ง ด้วยความเจ็บการทุบจึงเบาลง
ชายคนนั้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ฝีเท้าช้าๆ ไม่กลัวอะไร เขาเดินผ่านทางเดินที่มีรูปถ่ายครอบครัว ผ่านห้องนอนใหญ่ ผ่านห้องน้ำที่ประตูเปิดทิ้งไว้
ผ่านผนังที่ผมอยู่ไป ผมนั่งลง ไม่ได้ทรุด แต่นั่งอย่างคนที่รู้ว่าควรนั่งได้แล้ว
มองเขาผ่านช่องแคบที่เป็นช่องแสงเดียว มองเขาเดินออกจากบ้านพร้อมกับถุงที่บรรจุของ
มองเขาปิดประตู มองเขาเดินออกไปบนทางเท้า เดินหายไปในความมืด อย่างที่ทุกคนเดินออกไป อย่างที่ผมมองพวกเขาจากตรงนี้เสมอมา
แสงท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ที่ส่องผ่านช่องแคบเริ่มมืดลงทุกที
ผมมองรอยเลือดบนข้อมือ แล้วเช็ดมันออก
