athanasiareal classic literature — feelings unspoken, unforgettablereal classic literature
feelings unspoken, unforgettable
เพียง 6 หน้ากระดาษ

ดาบหัก

ดาบหัก
เขานั่งอยู่หน้ากระโจม ในมือถือจอกร่ำสุราเพียงลำพัง ด้านนอกฟ้ามืดนักจึงชัดด้วยแสงดาวพร่างเต็มฟ้าตัดกับแสงไฟค่ายทหารซึ่งลุกโชนไกล ๆ
"ท่านนายพล"
ทหารหนุ่มเดินเข้ามา อายุไม่ถึงยี่สิบ หน้าตาดี ผิวคล้ำ มือถือดาบยาว
"วันพรุ่งนี้ข้าขอยืนเคียงข้างท่านได้หรือไม่ขอรับ?"
เขามองทหารหนุ่ม นานกว่าที่ควร "ทำไม?"
"พ่อข้าเคยรับใช้ท่าน พ่อบอกว่าท่านคือคนเดียวที่คุ้มค่าให้ติดตาม"
เขาไม่ตอบ เพียงดื่มต่อ
"พ่อข้าตายเมื่อสงครามที่แม่น้ำเหลือง ท่านอยู่ข้างๆ เขา"
เขาจำได้ คนผู้นั้นตายเพราะถูกหอกเสียบหลัง ตอนนั้นเขาหันไปสู้ทางซ้ายจึงไม่ทันเห็น
"ก่อนตาย พ่อข้าบอกว่าอย่าให้ท่านนายพลอยู่คนเดียว"
เขาวางจอกเหล้าลง "แนวหลังปลอดภัยกว่า"
ทหารหนุ่มเงียบไป จ้องมองเขา "แต่ข้าไม่ได้มาเพื่อปลอดภัย"
เขามองทหารหนุ่ม เห็นมือสั่นเล็กน้อยแต่ดวงตามั่น
"ข้ามีน้องสาว นางอายุได้สิบสาม ชอบถามว่าพี่ชายเป็นวีรบุรุษหรือยัง" ทหารหนุ่มพูดช้าๆ "ข้ายังตอบไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าอยากตอบให้ได้"
เขาไม่พูดอะไร
"ได้ ยืนข้างๆ ข้า"
ทหารหนุ่มยิ้ม เคารพ แล้วเดินออกไป หลังตรง ก้าวมั่น เหมือนคนที่ไม่กลัวตาย แต่เขาเห็นมือยังสั่นอยู่
เขานั่งอยู่คนเดียว ดื่มจนหมดจอก เทเพิ่ม ดื่มอีก ได้ยินเสียงทหารพูดคุยกันไกลๆ เสียงหัวเราะ เสียงร้องเพลง พรุ่งนี้เสียงพวกนี้จะหายไปกี่เสียง เขาไม่อาจรู้ แต่เขารู้ว่ามันจะหายไปอย่างแน่นอน
เขาคิดว่าน่าจะบอกให้ทหารหนุ่มไปแนวหลัง
แต่เขาก็ไม่ได้บอกออกไป
....
รุ่งเช้าซึ่งหมอกบาง ทหารเข้าแถวเงียบๆ
เขาสวมชุดเกราะสีดำ หนัก มีรอยบุบที่หน้าอก รอยแผลที่แขน เขาไม่เคยซ่อมพวกมันเลย หยิบหอกคู่กายหนาและหนัก
"ท่านนายพล พร้อมแล้วขอรับ"
ทหารหนุ่มยืนข้างๆ เขา ถือดาบยาว มือไม่สั่นแล้ว
เขาพยักหน้าก่อนเดินไปยืนหน้าแนว เมื่อหมอกจางก็เห็นที่ราบกว้าง เห็นกองทัพศัตรู ธงแดงปลิวมากมาย
เขายกหอกขึ้นแล้วชี้ไปข้างหน้า ทหารทั้งหมดเริ่มเดินช้าๆ แล้วเร็วขึ้น แล้วเริ่มวิ่ง เสียงเท้าดังสนั่น
ศัตรูวิ่งมา ระยะห้าสิบก้าว สามสิบ ยี่สิบ สิบ แล้วก็ชน
เสียงเหล็กกระทบเหล็ก เสียงคนตะโกน เสียงม้าร้อง
เขาแทงหอกไปข้างหน้า คนล้ม เลือดพุ่ง
เขาหมุนตัว หอกฟาดลงไปอีกครั้ง
มีใครบางคนเข้ามาใกล้ เขาถีบให้ล้ม แล้วแทงซ้ำ เลือดกระเด็นอุ่นติดมือ
ทหารหนุ่มยืนข้างๆ ดาบฟาดลงไปหนึ่งครั้ง
เขาหันมาพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงจมหายไปในเสียงรอบตัว
คนวิ่งมาจากด้านข้าง เขาเห็น แต่ช้าไป ทหารหนุ่มหันกลับไปฟันทัน แต่เสียจังหวะ
เขาพยักหน้าแทงคนที่เข้ามา สองครั้ง สามครั้ง
แล้วโลกก็แคบลงเหลือแค่หอก คนที่วิ่งมา และเสียงหายใจ
เวลาผ่านไป หรือมันได้หยุดลง เขาไม่อาจรู้ มือชา เหงื่อไหลเข้าตา
แล้วมีคนหนึ่งที่เขาจำได้
ชายอ้วนหน้าแผลเป็นถือขวานใหญ่ วิ่งฝ่าคนอื่นเข้ามา ตะโกนเสียงแตก ขวานแกว่งต่ำ
เขาหลบ หอกแทงเข้าไป ชายอ้วนสะดุ้ง แต่ไม่ล้ม ยังยกขวานขึ้นมาได้
เขาดึงหอกออก แทงซ้ำ คราวนี้แรงกว่า ชายอ้วนทรุดลงคุกเข่า มือยังจับด้ามหอกของเขาไว้แน่น อีกฝ่ายมองขึ้นมา ยิ้มบางก่อนแรงในมือจะหายไป
เขาดึงหอกออกรีบหันไปอีกทาง ทหารหนุ่มยังอยู่ ยังฟาดดาบ ยังยืนได้ แต่ลมหายใจไม่สม่ำเสมอ มือเริ่มสั่นอีกครั้ง
เขาเกือบจะตะโกนบอกให้ถอย
ภาพรอยยิ้มเมื่อครู่ลอยกลับมา คนที่กำลังจะตายยิ้มแบบนั้น
และแล้วแนวศัตรูก็เริ่มถอยช้าๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้า และหายไป
เสียงเงียบลง
เขายืนอยู่มองไปรอบๆ พื้นเต็มไปด้วยคนนอนทับกัน เลือดไหลเป็นแอ่งสะท้อนแสงแดด
เขาหันไปทางขวา "ยังอยู่หรือไม่?"
ไม่มีเสียงตอบ
เขาเดินไปสองก้าว เห็นดาบยาว เห็นมือถือดาบ เห็นร่างนอนหงาย
ทหารหนุ่มมองฟ้า ตาเปิดค้าง แผลที่คอลึก
เขาคุกเข่าลง เอื้อมมือไปปิดตาทหารหนุ่ม แต่หยุด เพราะถ้าปิด เขาจะไม่เห็นหน้าทหารหนุ่มอีก
เขาถอนมือกลับ
คิดถึงพ่อของทหารหนุ่ม คนที่เขาปิดตาให้ที่แม่น้ำเหลือง แล้วลืมหน้าอีกฝ่ายเมื่อถึงสงครามถัดไป ตอนนี้เขาจำได้แค่ว่าคนนั้นมีหนวดดำ หรือน้ำตาล เขาไม่แน่ใจแล้ว
เขายืนขึ้น เดินต่อ
มองหาคนที่รู้จัก เห็นหน้าที่เคยเห็น แต่ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนกันหมด เห็นคนที่เคยคุยด้วย แต่เขาจำชื่อไม่ได้แล้ว
เขาเดินผ่านศพ แล้วหยุด
เพราะเขารู้แล้วว่าไม่มีเหลือ
....
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีแดงทาบทับศพ เขายืนอยู่กลางสนามรบเพียงลำพังหอกยังอยู่ในมือแม้ปลายหัก
เขามองฟ้า ดวงจันทร์ข้างขึ้น ช่างบาง แสนคม
ศัตรูตาย ทหารของเขาตาย ทหารหนุ่มที่มาขอยืนข้างๆ ตาย เหลือเขาเพียงผู้เดียว
เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างพักผ่านลมเย็น หรือเขาอาจคิดว่าได้ยิน มันไม่ใช่คำ แค่แต่ราวกับสายลมกระซิบ
เขาเกือบจะหันไปตอบ
แต่เมื่อหันไป ไร้ผู้ใด
เขานั่งลงท่ามกลางคนตายพลางวางหอกข้างๆ ด้ามยังอุ่นจากมือที่จับมันทั้งวัน
หยิบจอกสุราที่เก็บไว้ข้างเอว เอียงดูเหลือเพียงครึ่ง
เขาราดลงพื้น เทให้ทหารหนุ่ม แล้วหยุดมองจอก
สุราเหลือเพียงนิด ไม่พอสำหรับคนที่เขาลืมชื่อไปแล้ว
เขามองจอกนานแล้วยกขึ้นดื่มจนหมด
ไม่รู้สึกอะไร ไม่ขม ไม่ร้อน แค่ว่างเปล่า
เขาวางจอกลงข้างๆ หอก
จอกว่าง
หอกหัก
แต่เขายังจับมันอยู่
ยังนั่งอยู่
ยังหายใจอยู่
เขามองดวงจันทร์ลอยขึ้นช้าๆ เพียงลำพัง อีกครั้ง เหมือนทุกครั้ง