หมอกยามเช้า
เขานั่งอยู่หน้ากระโจม ถือถ้วยน้ำชา
ข้างนอกหมอกหนา ฟ้ายังมืด มองไม่เห็นอะไรไกลกว่าสิบก้าว
เสียงทหารลาดตระเวนเดินผ่าน รองเท้าเหยียบโคลน กึบม้าไกลๆ เกราะกระทบกัน
เขาดื่มชา ร้อน ขม ไม่มีน้ำตาล ไม่เคยมี
"ท่านนายพล"
ทหารหนุ่มหน้าเปื้อนโคลนยืนถือจดหมาย
"จากบ้านขอรับ"
เมื่อเขารับจดหมาย ทหารเคารพแล้วเดินออกไป หายไปในหมอก
เขาวางถ้วยชาลงบนพื้น คลี่จดหมาย
ลายมือภรรยา สะกดเอียงเหมือนทุกครั้ง นางไม่เคยเรียนหนังสือมากนัก
《สามีที่รัก ลูกชายเริ่มพูดได้แล้ว
เมื่อเช้านี้เขาพูดว่า “พ่อ” ข้าบอกเขาว่า พ่ออยู่แดนไกลทำงานสำคัญ
เขาถามว่า เมื่อไหร่จะกลับ ข้าไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
ท่านบอกได้หรือไม่ว่าเมื่อใด หรือไร้ซึ่งคำตอบ
เขาเริ่มเดินได้แล้ว เดินไปหาประตู เดินไปรอที่หน้าต่าง ข้าคิดว่าเขารอท่าน
วันนี้เขาถือดาบไม้เล่น แล้วถามว่าพ่อใช้ของจริงหรือไม่
ข้าตอบว่าใช่ เขาบอกว่าหากโตขึ้นจะเป็นอย่างพ่อ
ข้ากลับไม่อยากให้เขาเป็น
แต่ข้าบอกว่า ถ้าเขาอยากเป็น ก็เป็นได้
ท่านคิดว่าดีหรือไม่?》
เขาพับจดหมาย มือเปื้อนโคลนแห้ง รอยนิ้วติดบนกระดาษ
เก็บเข้ากระเป๋าเสื้อแล้วติดกระดุมแน่น
หยิบถ้วยชาขึ้นมา... เย็นเสียแล้วถึงอย่างนั้นเขาดื่มมันลงไป
เสียงเท้าเดินเข้ามาอีก
"ท่านนายพล มีคนมาขอพบขอรับ"
ชายชราเดินเข้ามา ผมหงอก หลังค่อม เสื้อผ้าสกปรก มือถือหมวกเก่า ขอบขาด
เขารู้จักชายผู้นี้นานสามสิบปีแล้ว
"ข้ารับใช้ท่านมาตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน" ชายชราพูด "ตอนท่านยังเป็นนายทหารระดับต่ำ"
เขาพยักหน้า
"จำได้"
"วันนี้ข้ามาเพื่อถามท่าน" ชายชราพูด "พรุ่งนี้ข้าควรยืนอยู่แถวหน้าหรือแถวหลัง"
เขาวางถ้วยชาลง
"ท่านมาถามเรื่องนี้ตอนฟ้ายังไม่สว่าง" "ใช่"
เขามองชายชรา มืออีกฝ่ายสั่น ไม่ใช่เพราะหนาว
"มีความต่างอะไร?" เขาถาม
"แถวหน้า ข้าอาจจะตายเร็วกว่า" ชายชราพูด "แต่ข้าอยากเห็นท่านต่อสู้อีกครั้ง ก่อนตาข้าหลับ"
เขาไม่พูดอะไร
"แถวหลัง ข้าอาจจะมีชีวิตรอด" ชายชราพูดต่อ "ได้กลับไปเห็นหลานชาย เขาอายุสี่ขวบ ชอบปีนต้นไม้ ชอบถามว่าปู่ไปไหน"
เขามองถ้วยชาของตัวเอง
"ท่านเลือกให้ข้าได้หรือไม่ นายท่าน?
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมา ดื่มจนหมดแล้ววางลง
"ไม่"
ชายชราพยักหน้า
"ข้าเข้าใจแล้ว" เขาพูด "ขออภัยที่มารบกวน"
แล้วเดินออกไป หลังค่อมกว่าตอนเข้ามา
เมื่อนั่งอยู่คนเดียวเขาได้หยิบถ้วยชาขึ้นมาเอียงดู หมดเสียแล้ว
เขาจึงวางลงอีกครั้ง
เสียงเท้าเข้ามาอีกครา
"ท่านนายพล ศัตรูส่งสาส์นมาขอรับ"
ทหารยื่นกระดาษมา สกปรก เปียก มีรอยเลือด
เขารับมาอ่าน
《ถอยทัพภายในสามวัน จะปล่อยให้พวกเจ้ากลับบ้าน
ไม่ถอย กลับเพียงหัว
จักรพรรดิสั่งมาตาย แต่เจ้าสามารถเลือกที่จะมีชีวิต》
เขาวางกระดาษลง
"ตอบว่าอย่างไรดีขอรับ?" ทหารถาม
เขามองข้างนอก หมอกเริ่มจาง เห็นภูเขาไกล ๆ
"ไม่ต้องตอบ" "แต่... ขอรับ..."
เขาเหลือบตามองทหาร อีกฝ่ายเคารพเงียบๆ แล้วเดินจากไป
เขานั่งอยู่อย่างนั้น ฟังเสียงทหารพูดคุยกัน เสียงม้าร้อง เสียงเกราะกระทบ เสียงมีดลับ
เมื่อหมอกจางลงก็เห็นที่ราบกว้าง
เห็นกองทัพศัตรู มากกว่าจนนับไม่ทัน
ธงดำเปียกฝนเก่า สีซีดจนแทบเป็นเทา
หยิบชุดเกราะใส่ทีละชิ้น หยิบหอกขึ้นมา หอกซึ่งเต็มไปด้วยรอยบากเก่า
เขาถือมันมาตั้งแต่สงครามแรก ยี่สิบแปดปีแล้ว
ตอนนั้นเขายังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูก ตอนนั้นเขาคิดว่าจะตายเร็ว ๆ นี้
แต่เขาไม่ตาย
เขาเดินออกจากกระโจม มองทหารทั้งหมดยืนอยู่นับไม่ถ้วน หน้าเหมือนกัน อายุเหมือนกัน
ทุกคนมองเขา ผู้ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไร
ทหารต่างตามหลังเงียบๆ
เขาเดินไปยืนที่หน้าแนว มองที่ราบกว้าง
ดวงอาทิตย์ขึ้นส่องแสงสีทองอำพันแหวกหมอกหาย
เขาหยิบจดหมายออกจากกระเป๋าเสื้อ อ่านมันอีกครั้ง
《อย่างน้อยท่านบอกได้หรือไม่ว่าคือเมื่อใด》
เขาพับจดหมาย มันเปื้อนเลือดจากมือทหารที่ส่งสาส์นมา รอยเลือดซึมลงบนกระดาษ ทับลายมือภรรยา
เก็บกลับเข้าไปแล้วก้มลงผูกเชือกเกราะเท้าจนแน่น
ลุกขึ้น ยกหอกขึ้นเล็กน้อย ปลายชี้ไปข้างหน้า
แถวหน้าก้าวออก แถวหลังก้าวตาม ด้วยเสียงเท้า เสียงเกราะ เสียงลมหายใจ
ศัตรูเริ่มเคลื่อนที่ ด้วยเสียงกลอง เสียงตะโกน เสียงม้าวิ่ง
เขาไม่หันกลับไปมอง
เพราะถ้าหัน เขาจะเห็นทหารหนุ่มคนที่ส่งจดหมายมา
เขาจะเห็นชายชราที่ตัดสินใจยืนแถวหน้า
เขาจะเห็นคนทั้งหมดที่ไม่ได้มองสนามรบ
